รำลึก 68 ปีภราดาเทโอฟาน ผู้ก่อตั้งอัสสัมชัญศรีราชา

ศูนย์ข่าวศรีราชา....คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จัดพิธีรำลึก 68 ปี ภราดาเทโอฟานผู้ก่อตั้งและบุกเบิกโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
ที่บริเวณหน้าตึกเทโอฟาน โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา นำโดย ภราดาศิริชัย ฟอนซีก้า ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ได้จัดพิธีรำลึก 68 ปี ภราดาเทโอฟาน ผู้บุกเบิกและก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีแด่ท่านอธิการเทโอฟาน ผู้ที่เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อผดุงโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ซึ่งเป็นสถาบันแห่งหนึ่งในคณะเซนต์คาเบรียลให้คงอยู่ต่อไป โดยคณะศิษย์ได้มีการจัดสร้างตึกในโรงเรียน โดยใช้ชื่อว่า ตึกเทโอฟาน รวมถึงรูปปั้นท่านอธิการแล้วนำมาประดิษฐานไว้หน้าตึกเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้อัสสัมชนิกรุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน
โดยประวัติของอธิการเทโอฟาน เป็นคนไทย มีชื่อว่า ชิน บุญยานันทน์ เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2434 เมื่ออายุได้ 20 ปีได้สมัครเป็นนักบวชในคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย และถูกส่งไปศึกษาเพื่อเตรียมบวชเป็นภราดาที่ประเทศเบลเยี่ยม ในปี 2454 ต่อมาในปี 2456 ท่านได้ถวายตัวเป็นภราดาที่ประเทศฮอลแลนด์ และได้ทำงานอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส สเปนและอิตาลี เป็นเวลานานถึง 17 ปี จากนั้นได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเมื่อปี 2470
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2486 กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งให้ปิดการเรียนการสอนในกรุงเทพมหานครทั้งหมด เนื่องจากเกรงกลัวการทิ้งระเบิดของอเมริกาและอังกฤษจะเป็นอันตรายแก่นักเรียน คณะภราดาจึงมอบหมายให้ภราดาเทโอฟาน ซึ่งขณะนั้นได้ดำรงตำแหน่งอธิการที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลพานักเรียนประจำและนักเรียนที่อยู่ในความอุปการะของโรงเรียนจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่ศรีราชาเพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ คน
เมื่อสงครามสงบลง โรงเรียนในกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการสอนได้ตามปกติ แต่นักเรียนประจำในความอุปการะของโรงเรียนที่อพยพมาอยู่ที่ศรีราชา ไม่สามารถกลับกรุงเทพฯได้เนื่องจากตึกนอนของนักเรียนประจำที่อัสสัมชัญกรุงเทพถูกระเบิดเสียหายจนใช้การไม่ได้ ภราดาเทโอฟานจึงขออนุญาตเปิดโรงเรียนขึ้นที่ศรีราชา เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2487 และก็ดำรงตำแหน่งอธิการคนแรกของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในปีแรกที่เปิดการเรียนการสอน มีนักเรียนเพียง 117 คนเป็นนักเรียนประจำ 83 คน เป็นนักเรียนไปกลับ 34 คน มีภราดา 4 ท่านและครูผู้สอน 3 ท่าน ความเป็นอยู่ของนักเรียนรุ่นนี้มีความลำบากมาก เพราะอัตคัดขัดสนไปทุกอย่าง แม้กระทั่งอาหารการกิน เงินสำหรับซื้ออาหารก็ไม่เพียงพอ จึงต้องปลูกผัก ปลูกมะม่วง ปลูกส้ม ปลูกมะละกอ และสับปะรด เพื่อนำออกขายเป็นรายได้จุนเจือเลี้ยงดูนักเรียนประจำ ซึ่งนักเรียนประจำต้องเรียนและทำไร่ไปด้วย ครูบางคนนอกจากจะสอนแล้วยังต้องไปช่วยกันขับรถแทรกเตอร์ในไร่สับปะรด บางคนต้องไปถากหญ้าเหมือนคนงานคนหนึ่งของโรงเรียน เวลากลางคืน อธิการ ภราดา และครู ต้องออกล่าสัตว์เพื่อนำมาทำอาหารเลี้ยงนักเรียนประจำ บางเดือนครูก็ไม่ได้รับเงินเดือนต้องยกยอดไปรวมกับเดือนต่อไป เพราะไม่มีเงินจ่าย ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิกอย่างแท้จริง
แม้จะเรียนด้วย ทำไร่สับปะรดไปด้วย และบางครั้งจะต้องหนีระเบิดไปด้วย แต่ก็มิได้ทำให้การเรียนการสอนของนักเรียนและครูด้วยลง เมื่อเหตุการณ์สงครามเข้าสู่สภาวะปกติ ศึกษาธิการอำเภอได้มาเป็นประธานสอบไล่ปลายปีการศึกษาในเดือนมีนาคม พ.ศ.2488 ผลการสอบทำให้เป็นที่ยอมรับว่าโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาเป็นตัวอย่างได้ จนได้รับการอนุญาตให้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งใหม่ ชื่อโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2491 และแยกเอกเทศจากโรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับรองวิทยฐานะ เมื่อ พ.ศ.2493 จนมาถึงปัจจุบัน
ช่วงสุดท้ายของอธิการเทโอฟาน ด้วยอายุขัยที่สูงขึ้น ความอ่อนล้าของร่างกาย สายตา และการได้ยินที่ไม่ดีดังเก่า รวมทั้งอาการเจ็บป่วยได้เข้ามารุมเร้าในชีวิต จนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน ได้ระยะหนึ่ง ท่านอธิการเทโอฟานก็ได้อำลาจากโลกนี้ไป เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2519 รวมอายุได้ 85 ปี
เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีแด่ท่านอธิการเทโอฟานให้คงอยู่ตลอดไปจึงได้มีการสร้างตึกขึ้นโดยใช้ชื่อว่า “ตึกเทโอฟาน”รวมทั้งคณะศิษย์เก่าได้ร่วมกันสร้างรูปปั้นมาประดิษฐานไว้ที่หน้าตึกเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้อัสสัมชนิกรุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน ตั้งแต่นั้นมา










United States
Unknown
Unknown Bot





























