Visitor Details
United States United States
Unknown Unknown
Unknown Bot Unknown Bot
Your IP: 38.107.179.231
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้189
mod_vvisit_counterเมื่อวาน469
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้189
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3396
mod_vvisit_counterเดือนนี้9076
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว16097
mod_vvisit_counterเข้าชมทั้งหมด275342
http://www.SharkerNews.com ข้นทุกประเด็น เน้นคุณภาพ ชาร์กเกอร์นิวส์

สท ปรับปรุงโรงพยาบาลให้ทันสมัย 3 ด้าน เพื่อการแออัดของผู้ป่วย

       DSCF1927

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554 นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วประเทศ ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี

         นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะได้มาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อหาแนวทางการลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป เนื่องจากปัจจุบัน โรงพยาบาลประสบปัญหาพื้นฐานคือ จำนวนผู้ป่วยนอกของ โรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แม้ว่าจะขยายพื้นที่บริการของโรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่รุนแรงและโรคเรื้อรัง ผู้มาใช้บริการยังคงแออัด  รอนาน พัฒนาคุณภาพของบริการได้ไม่เต็มที่ เกิดการฟ้องร้องและไม่พึงพอใจต่อบริการภาครัฐ

        กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน ผ่านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยได้กำหนดให้สถานบริการสุขภาพแต่ละระดับ มีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน  โดยสถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ มุ่งเน้นการให้บริการเชิงรุกมากกว่าบริการเชิงรับ ส่วนสถานบริการสุขภาพระดับทุติยภูมิและระดับตติยภูมิ  มีบทบาทหน้าที่ให้บริการเชิงรับมากกว่าบริการเชิงรุก  โดยใช้ระบบการส่งต่อ  (Referral System)  ที่เชื่อมโยงสถานบริการระดับต่างๆ  เข้าด้วยกัน   และไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการดูแลรักษาพยาบาลที่มากขึ้น  ทำให้บุคลากรทางการแพทย์พยายามหลีกเลี่ยงการให้บริการที่มีความเสี่ยง มากเกินปกติ ด้วยการไม่ผ่าตัด และ  ไม่รับดูแลผู้ป่วยหนัก ทำให้เกิดภาระงานจำนวนมากในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป และทำให้โรงพยาบาลชุมชนมีศักยภาพและความสามารถที่ไม่สอดคล้อง กับระดับของโรงพยาบาล ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าที่ควรจะเป็น การแก้ปัญหาดังกล่าวขาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขาดการบริหารจัดการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระดับจังหวัด  ขาดการนำขีดความสามารถของภาคเอกชนมาร่วมให้บริการที่สำคัญคือขาดการเอาใจใส่และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จึงได้มีการประชุมครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มุ่งเน้นการลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป  ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน  ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย  รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  อธิบดีทุกกรม  ผู้ตรวจราชการทุกเขต  นายแพทย์สาธารณสุขเขตละ ๑ แห่ง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง  โรงพยาบาลกรมการแพทย์ มาระดมสมอง หารูปแบบแนวทางเพื่อกำหนดเป็นมาตรลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปต่อไป

       นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้หารูปแบบแนวทางการแออัดในโรงพยาบาลศูนย์แล้ว ยังได้ปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลยุคใหม่ เพื่อคนไทยสุขภาพดี มีรอยยิ้ม โดยการปรับปรุงในทันสมัย 3 ด้าน ได้แก่ บรรยากาศดี เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีบรรยากาศดี โดยเฉพาะแผนกต้อนรับจะอยู่ในชุดเครื่องแบบใหม่ที่สะดุดตา บริการดี พัฒนาระบบบริการ ลดการรอนาน ให้บริการที่รวดเร็ว และบริการดี พัฒนาการบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลให้มีคุณภาพ มีคณะกรรมการ 2 ชุดคือ กรรมการบริหารโรงพยาบาล และกรรมการพัฒนาโรงพยาบาล โดยเปิดให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2553 และมีการติดตามผล ประเมินคุณภาพภายใน 3 เดือนอีกด้วย

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

first
  
last
 
 
start
stop