Visitor Details
United States United States
Unknown Unknown
Unknown Bot Unknown Bot
Your IP: 38.107.179.234
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้212
mod_vvisit_counterเมื่อวาน469
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้212
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3396
mod_vvisit_counterเดือนนี้9099
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว16097
mod_vvisit_counterเข้าชมทั้งหมด275365
http://www.SharkerNews.com ข้นทุกประเด็น เน้นคุณภาพ ชาร์กเกอร์นิวส์

ข่าวสกู๊ปพิเศษ

กองกำลังฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ 2012 ปฏิบัติการฝึกป้องกัน

corbra

สงครามนิวเคลียร์ชีวะเคมี

วันนี้ (14 ก.พ.55) นาวาเอก เทวัญ สุจริตวงศานนท์ ผู้อำนวยการฝึกผสมร่วมคอบร้าโกลด์ 2012 ในส่วนกรมวิทยาศาสตร์ กองทัพเรือ ร่วมกับศูนย์วิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบิน และอวกาศ กองทัพอากาศ และคณะนายทหารแผนกอาวุธทางนิวเคลียร์ชีวะเคมี กองพลนาวิกโยธิน สหรัฐอเมริกา ได้นำกำลังพลทหารเรือ และทหารอากาศ ฝ่ายไทย จำนวน 99 นาย และกำลังพลทหารนาวิกโยธินฝ่ายสหรัฐอเมริกา จำนวน 35 นาย ร่วมทำการฝึกปฏิบัติการสงครามนิวเคลียร์ชีวะเคมี ณ ลานจอดเฮลิปคอบเตอร์ ค่ายมหาเจษฎาราชเจ้า หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
นาวาเอก เทวัญ สุจริตวงศานนท์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสงครามได้ถูกพัฒนาไปอย่างมาก อาจเข้าสู่สภาวะสงครามนิวเคลียร์ชีวะเคมีในอนาคตอันใกล้ การฝึกคอบร้าโกลด์ 2012 ได้บรรจุการฝึกสนับสนุน และป้องกันสงครามนิวเคลียร์ชีวะเคมี เข้าไว้ในแผนการฝึก เพื่อให้ทหารทั้ง 2 ประเทศ ได้นำวิวัฒนาการความรู้มาผสมผสาน เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติในการภาวะเกิดสงครามนิวเคลียร์ โดยการฝึก ได้มีการสมมุติสถานการณ์ มีสารเคมีเปรอะเปื้อนในการทำสงคราม ชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ กองทัพเรือ โดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และชุดปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ชีวะเคมี กองทัพอากาศ ได้ร่วมกันชะล้างสารเปรอะเปื้อนที่ติดมากับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเก็บกู้สารเคมี
และกล่าวอีกว่า การฝึกปฏิบัติการสนับสนุนต่อต้านการทำสงครามนิวเคลียร์ชีวะ เคมี ถือว่าเป็นเรื่องดีที่กำลังรบทางบก เรือ และอากาศ ของกองทัพไทย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ในการป้องกันสงครามนิวเคลียร์กับมิตรประเทศ อีกทั้งยังได้มีการแลกเปลี่ยนด้านยุทธวิธี ด้านเทคนิค และการใช้ยุทโธปกรณ์ทางสงครามนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี สมัยใหม่ที่มิตรประเทศใช้ประจำการอยู่ในกองทัพ

 

หมวดเรือเกาหลีใต้ เยี่ยมคำนับ ผบ.นย. ในโอกาสเข้าฝึกร่วม

korea

/ผสมคอบร้าโกลด์ 2012 ในประเทศไทย

ในวันนี้ (10 ก.พ.55) นาวาเอกลี จัง ฮยวน ( LEE JUNG HYUN) ผู้บังคับหมวดเรือยกพลขึ้นบกที่ 53 สาธารณรัฐเกาหลีใต้ พร้อมคณะจำนวน 5 นาย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย ในโอกาสที่นำกองกำลังทางเรือ และนาวิกโยธิน สาธารณรัฐเกาหลีใต้เข้าฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2012 ที่จังหวัดนครราชสีมา และเดินทางเข้าฝึกร่วมผสมในการยกพลขึ้นบกที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยพลเรือโทพงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้มอบหมายให้ พลเรือตรีทวี พิกุลทอง เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมด้วยพลเรือตรีนิเวช บุตรศรี ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ร่วมให้การต้อนรับ

โดยพลเรือตรีทวี พิกุลทอง เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กล่าวว่า เนื่องจาก พลเรือโทพงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ติดราชการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย จึงได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนในการต้อนรับ ซึ่งในวันนี้ยินดีที่กองกำลังหมวดเรือยกพลขึ้นบกที่ 53 สาธารณรัฐเกาหลีใต้ พร้อมด้วยกองกำลังนาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลีใต้ กว่า 300 นาย เดินทางเข้าร่วมการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ 2012 ที่มีกองกำลังนาวิกโยธินไทย เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ด้วย และดีใจที่จะได้มีการประสานงานร่วมกันจากการฝึกในครั้งนี้ และครั้งต่อ ๆ ไปในอนาคตอีกด้วย

นาวาเอกลี จัง ฮยวน ( LEE JUNG HYUN ) ผู้บังคับหมวดเรือยกพลขึ้นบกที่ 53 สาธารณรัฐเกาหลีใต้ กล่าวว่า กองทัพเรือสาธารณเกาหลีใต้ ได้จัดส่งกองกำลังเข้าฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2012 ในครั้งนี้กว่า 300 นาย พร้อมคณะสื่อสารมวลชนที่ได้ติดตามมาทำข่าวการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ในครั้งนี้ พร้อมกับชื่นชมประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ คนไทยน่ารักยิ้มเก่งเป็นมิตรกับทุกคน โดยเฉพาะนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย เป็นทหารที่เข้มแข็ง และสำหรับการฝึกในครั้งนี้ จะเป็นการเชื่อมสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีใต้ กับกองทัพเรือ และนาวิกโยธินไทย รวมถึงมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 4 21 ก.พ. 55 จากนั้นได้ลงสมุดเยี่ยม และแลกเปลี่ยนของที่ระลึกซึ่งกัน และกันอีกด้วย

สำหรับการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2012 ในครั้งนี้จะมีกำลังพล 13,180 นาย จาก 7 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สหรัฐ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มาร่วมการฝึก นับเป็นการฝึกร่วม/ผสมครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีประเทศต่าง ๆ ที่จัดกำลังเข้าร่วมฝึกในโครงการฝ่ายเสนาธิการผสม ส่วนเพิ่มนานาชาติเข้าร่วมฝึก และวางแผนอีก 9 ประเทศ โดยมี 3 ประเทศ เข้าร่วมสังเกตการณ์

และการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ 2012 เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหาร ซึ่งกองทัพไทย กองกำลังสหรัฐภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อดำรงความพร้อมรบของหน่วยต่าง ๆ และช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภาวะสงครามอีกด้วย

 

สอ.รฝ.ยิงปืนใหญ่รักษาฝั่ง จำลองการทำลายข้าศึกจากฝั่งสู่ทะเล

gun

ในการฝึกภาคกองพัน ประจำปี 55

วันนี้ ( 8 ก.พ.55 ) พลเรือตรี นพดล สุภากรณ์  ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ ( ผบ.สอ.รฝ.)พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับหน่วยขึ้นตรง ได้เดินทางมาเฝ้าสั่งเกตุการณ์ฝึกยิงปืนใหญ่รักษาฝั่ง ด้วยปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร และปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีราบ ด้วยกระสุนจริง ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งกองทัพเรือ ณ สนามฝึกยิงปืนกองทัพเรือ หาดทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นาวาเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการฝึก และนาวาเอก สมพงษ์ ภูเวียง ผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 เข้ารายงานยอดบัญชีพลที่เข้าร่วมการฝึก พร้อมบรรยายสรุปถึงแผนการปฏิบัติ

พลเรือตรี นพดล สุภากร ผบ.สอ.รฝ. กล่าวว่า สำหรับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทำการฝึกจัดจากกองพันรักษาฝั่งที่ 11 และกองพันรักษาฝั่งที่ 12 กรมรักษาฝั่งที่ 1 ประกอบด้วยปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร จำนวน 7 กระบอก และปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีราบ ขนาด 130 มิลิเมตร จำนวน 4 กระบอก เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำแบบเคลื่อนที่ จำนวน 1 คัน การฝึกครั้งนี้ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งได้ทำการซ้อมยิงเป้าหมายที่หินต้นไม้ และปลายเกาะริ้น ระยะประมาณ 17 กิโลเมตร ตามแผนยุทธศาสตร์การรบในการทำลายข้าศึกจากฝั่งสู่ทะเล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ทดสอบขีดความสามารถของกำลังพลของกองพันรักษาฝั่งที่ 11 และกองพันรักษาฝั่งที่ 12 กรมรักษาฝั่งที่ 1 ซึ่งเป็นกำลังพลประจำปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ที่ผลิตจากประเทศออสเตรีย และปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีราบ ขนาด 130 มิลลิเมตร ที่ผลิตจากสาธารณะรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีระบบการยิงที่แตกต่างกัน

สำหรับผลที่ได้จากการฝึก จะทำให้กำลังพลมีขีดความสามารถในการยิงปืนได้ทั้งสองชนิด นับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของกำลังพลให้หลากหลายทั้งด้านองค์ความรู้ และองค์ยุทธวิธี นอกจากนี้ หน่วยฝึกได้นำระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ ที่มีความทันสมัยที่สุดของหน่วย มาต่อเข้ากับระบบการยิง ทำให้สามารถคำนวณการยิงได้อย่างแม่นยำ เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านการรบให้แก่กองทัพเรือ

 

กองทัพเรือ กระทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล

promise

ในวันกองทัพไทย

วันนี้ (18 ม.ค.54 ) พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล และสวนสนาม เนื่องในวันกองทัพไทย ในส่วนของกองทัพเรือ ประจำปี 2555 ณ ลานสวนสนาม หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งก่อนเข้าสู่พิธีการ กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการสาธิตการโดดร่มกว่า 50 ชีวิต จากแผนกกีฬาโดดร่ม กองทัพเรือ การสาธิตการชิงตัวประกันจากผู้ก่อการร้าย จากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และการแสดงวงโยธวาทิต จากนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ก่อนกองพันสวนสนาม จำนวน 12 กองพัน จะตบเท้าเข้าสู่สนาม เพื่อให้การเคารพต่อธงชัยเฉลิมพล อันแสดงออกถึงความเข้มแข็ง องอาจ และเคารพในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ วันกองทัพไทย ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ทหารทุกเหล่าทัพต่างน้อมรำลึกถึง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชาของพม่า เมื่อวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช 954 ด้วยพระปรีชาสามารถ และความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของพระองค์ สามารถเอาชนะข้าศึกขณะตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกเพียงลำพัง ซึ่งเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย

การชนะศึกของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งนั้น ทำให้ในปี พ.ศ.2523 คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น มีมติให้ถือเอาวันที่ 25 มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของพระองค์ ที่ทรงกล้าหาญเด็ดเดี่ยว จนสามารถกอบกู้เอกราชชาติไทยไว้ได้ แต่ภายหลังในปี 2549 นักประวัติศาสตร์หลายท่าน ตลอดจน ราชบัณฑิตยสถาน และคณะกรรมการเอกลักษณ์แห่งชาติ ได้ตรวจสอบความถูกต้องตามสุริยคติแล้ว พบว่าวันที่ทรงกระทำยุทธหัตถี แท้จริงเป็นวันที่ 18 มกราคม คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้เปลี่ยนแปลงกำหนดวันกองทัพไทย จากวันที่ 25 มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ 18 มกราคม ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2549

สำหรับ การสวนสนามมีกองพันเข้าร่วม 12 กองพัน ประกอบด้วย กองพันที่ 1 จัดจากโรงเรียนนายเรือ มีนาวาโท นันทวัฒน์ สิทธิโสภาชัยกุล เป็นผู้บังคับกองพันสวนสนาม กองพันที่ 2 จัดจากกองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ มีนาวาโท บัณฑิตย์ ชื่นอิ่ม เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 3 หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ มีนาวาโท ศักดิกร กองไชย เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 4 กรมสารวัตรทหารเรือ มีนาวาตรี ขวัญชัย เครือวัลย์ เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 5 จัดจากโรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ มีนาวาโท อิทธิเชษฐ์ มูลลิสาร เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 6 จัดจากกรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง มีนาวาโท วิชชุ เทวรุ่งสัจจา เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 7 จัดจากกองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือสัตหีบ มีนาวาโท บันเทิง รุ่งเรือง เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 8 จัดจาก กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ มีนาวาโท ขวัญธิชัย เรืองรุ่ง เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 9 จัดจากกรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง มีนาวาโท ทศพร โอสถานนท์ เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 10 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีนาวาโทพานิช ศิริสัมปทา เป็นผู้บังคับกองพันฯ กองพันที่ 11 จัดจากศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีนาวาโท อมร ควรหาเวช เป็นผู้บังคับกองพันฯ และกองพันที่ 12 จัดจากกองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ มีนาวาตรี สุรินทร์ ทรัพย์สุนทร เป็นผู้บังคับกองพันฯ

 

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

asian

 

คณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 46

วันพุธที่ 11 มกราคม 2555 นางสุกมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 46 ณ โรงแรมเดอร์ไทด์ รีสอร์ท บางแสน

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ จัดการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 10 12 มกราคม 2555 ณ โรงแรมเดอร์ไทด์ รีสอร์ท บางแสน จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน ดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียนนาม และผู้แทนสำนักเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานผลการดำเนินงานและสถานะโครงการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอาเซียน พร้อมทั้งรับทราบนโยบายของอาเซียน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านวัฒนธรรมและด้านสนเทศ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็น 2 คณะ ได้แก่การประชุมคระอนุกรรมการอาเซียนด้านวัฒนธรรม และการประชุมคณะอนุกรรมการอาเซียนด้านสนเทศ มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการรับทราบรายงานของสำนักงานเลขาธิการอาเซียนถึงความคืบหน้าการจัดโครงการตี่รางๆ รวมทั้งร่วมกันพิจารณางบประมาณการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมและสนเทศสำหรับปีงบประมาณ 2555 2556 เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนางลดาวัลย์ บัวเอี่ยม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการประชุมคณะอนุกรรมการอาเซียนด้านสนเทศ มีเนื่องหาสาระเกี่ยวกับการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่างๆ ด้านสารสนเทศ เช่น โครงการผลิตโทรทัศน์อาเซียน โครงการผลิตรายการวิทยุอาเซียน ของประเทศสมาชิกและโครงการที่จะดำเนินการร่วมกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศออสเตรเลีย แคนาดา สหภาพยุโรป รวมทั้งอีกหลายประเทศผ่านความร่วมมือในรูปแบบต่างๆต่อไป

อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่ใช้เวทีการประชุมเป็นช่องทางในการหารือเพื่อส่งผ่านข้อมูลข่าวสารที่จะนำไปสู่การส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมอาเซียนร่วมกันในปี 2558 ต่อไป

 
บทความ อื่นๆ ...
first
  
last
 
 
start
stop