Visitor Details
United States United States
Unknown Unknown
Unknown Bot Unknown Bot
Your IP: 54.145.183.169
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้657
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1378
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7290
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว8359
mod_vvisit_counterเดือนนี้33489
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว41869
mod_vvisit_counterเข้าชมทั้งหมด1164041

ข่าวสกู๊ปพิเศษ

กองทัพเรือ เตรียมส่งหมู่เรือเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยฟิลิปปินส์

filip

จากกรณี พายุ ไห่เยี่ยนมัจจุราชสายฟ้า ที่มีความรุนแรงระดับ 5 เคลื่อนตัวเข้าถล่มประเทศฟิลิปปินส์ ได้คร่าชีวิตพลเมืองนับ 10,000 ราย ทำให้หลายพื้นที่ของประเทศเสียหายอย่างหนัก ต้องจมอยู่ใต้โคลน บ้านเรือนถูกพายุพัดถล่มราบเป็นหน้ากอง เหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง ส่งผลความเสียหายครั้งใหญ่ ยากหาค่าประเมินในรอบศตวรรษ ประเทศฟิลิปปินส์ต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤต ประชาชนผู้รอดชีวิตขาดแคลนอาหาร และที่อยู่อาศัย ทำให้นานาประเทศเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ในจำนวนนี้มี ประเทศไทย อาสาเข้าร่วมในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 พ.ย. 56 พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยว่า หลังครม.มีการประชุมร่วมระหว่างประเทศ ในการจัดส่งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์ ในส่วนของกองทัพเรือ ได้จัดหมู่เรือเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยประเทศฟิลิปปินส์ โดยจัดเตรียมเรือรบจำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง 791 มีภารกิจในการลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือ ซ่อมบำรุง อาทิ รถแม็คโคร โดยมี หน่วยทหารช่างนาวิกโยธิน 1 กองร้อย มีหน้าที่หลักในการเคลียพื้นที่ถนนหนทาง ซ่อมแซม และสร้างบ้านเรือนชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีทีมแพทย์เคลื่อนที่ จำนวน 2 ชุด จากกรมแพทย์ทหารเรือ ส่วนเรือหลวงสีชัง 721 มีภารกิจในการลำเลียงข้าวสาร จำนวน 500 ตัน เครื่องปั่นไฟ เครื่องผลิตน้ำจืด เฮลิคอปเตอร์ ซีฮอว์ค จำนวน 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ ไนท์ฮอว์ค จำนวน 1 ลำ

และกล่าวว่า ในภารกิจครั้งนี้ มีเวลาทำการทั้งสิ้น 21 วัน ใช้เวลาในการเดินทางขาไป และกลับ รวม 14 วัน จึงมีเวลาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือภายในประเทศฟิลิปปินส์ 7 วัน ทั้งนี้ ทางกองทัพเรือได้มีการเตรียมกำลังความพร้อมทั้งด้าน ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล ถึงขึ้นขีดสูงสูด อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าว ต้องรอผลสรุปจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 19 พ.ย.56 อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันเดียวกัน ที่หน้ากองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่ และกำลังพล ที่จะร่วมเดินทางในการเข้าช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเป็นสร้างขวัญและกำลังใจ โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายต่างทำภารกิจหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ในการเข้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากอยู่ในขณะนี้

 

พสกนิกรชาวสัตหีบทุกหมู่เหล่า วางพวงมาลา “วันปิยมหาราช”

piya

นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ตลอดจน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มพลังมวลชน ได้พร้อมใจกันประกอบพิธีวางพวงมาลา และกล่าวคำสดุดีถวายพระเกียรติ ต่อหน้าพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พร้อมประกอบพิธีทำบุญทางศาสนา เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลถวายแด่ดวงพระวิญญาณของพระองค์ และให้เกิดความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันอภิลักขิตสมัย คล้ายวันเสด็จสวรรคต หรือวันปิยมหาราช ณ หน้าที่ว่าการอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี
นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า ในวโรกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เวียนมาบรรจบ เหล่าพสกนิกรชาวอำเภอสัตหีบ จึงได้พร้อมใจกันถวายพระราชสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อประชาชนชาวไทย ด้วยพระสติปัญญาอันเฉียบแหลม สามารถนำชาติบ้านเมืองให้รอดพ้นจาการสูญเสียเอกราชแก่ชาติมหาอำนาจทางยุโรป ซึ่งแข่งขันกันแสวงหาอาณานิคมในภาคพื้นเอเชีย และทรงเป็นผู้นำความเจริญสมัยใหม่เข้าสู่ประเทศไทย อาทิ การประปา การไฟฟ้า การไปรษณีย์โทรเลข การรถไฟ การตัดถนนหนทาง การแพทย์ การสาธารณสุข การศาลทหาร การจัดระบบการศึกษาแบบใหม่ การตั้งโรงพยาบาล และการจัดระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ตามแบบอย่างอารายประเทศ นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นมหาราชผู้เลิกทาส จนได้รับสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยมหาราช หรือ พระพุทธเจ้าหลวง
สำหรับวันปิยมหาราช หรือวันคล้ายวันสวรรคต ได้ถือเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2453 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประชวรเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ครั้นนั้นเป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของพระบรมวงศานุวงศ์ และปวงชนทั่วประเทศ เพราะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เคารพรักของทวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการทั้งในการปกครองบ้านเมือง และพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว
ครั้งเมื่อบรรจบอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายตามราชประเพณี โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหา-เศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคม ส่วนที่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต หน้าที่นั่งอนันตสมาคม หรือที่เรียกว่า พระบรมรูปทรงม้า
ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ คหบดี พ่อค้า และปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมใจกันรวบรวมทุนทรัพย์จัดสร้างประดิษฐานขึ้น เพื่อน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะที่ทรงพระชนม์อยู่เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชย์ยั่งยืนนานถึง 40 ปี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2451

 

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการท่านใหม่

new

พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กระทำพิธีส่งมอบหน้าที่ และสายการบังคับบัญชา ให้กับ พล.ร.ท.พิจารณ์ ธีรเนตร รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการ ( อัตรา พล.ร.อ.) ณ ดาดฟ้าเรือหลวงกระบุรี ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรง แถวให้การต้อนรับ เข้ารายงานตัว พร้อมกันนี้ เรือหลวงปิ่นเกล้า ได้ทำการยิงสลุตปืนใหญ่ประจำเรือ จำนวน 19 นัด เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้บัญชาการท่านใหม่

พล.ร.ท.พิจารณ์ ธีรเนตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวให้โอวาท พร้อมให้คำมั่นสัญญากับกำลังทุกนาย จะสานต่อความสำเร็จที่อดีตผู้บัญชาการ ได้วางแนวทาง รากฐาน การพัฒนาให้หน่วยงาน และกำลังพล เป็นหน่วยกำลังรบทางเรือ ที่เพียบพร้อมมากด้วยสมรรถนะขีดความสามารถ ทั้งองค์บุคคล และอาวุธยุทโธปกรณ์ จึงขอให้กำลังพลทุกนายจงเชื่อมั่น และพร้อมจะให้ความร่วมมือ ที่จะร่วมกันพัฒนากองเรือยุทธการ ซึ่งเป็นหน่วยกำลังรบหลักของกองทัพเรือไทย ให้ก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับกองเรือยุทธการ มีหน่วยขึ้นตรง 12 หน่วย ประกอบด้วย กองเรือตรวจอ่าว กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยามฝั่ง กองเรือลำน้ำ กองการบินทหารเรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองการฝึกกองเรือยุทธการ และกองสนับสนุนกองเรือยุทธการ โดยมีภารกิจหน้าที่หลักในการจัดเตรียมกำลังทางเรือ การปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การป้องกันรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล คุ้มครองและช่วยเหลือเรือประมง รวมถึงการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การรักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และการขจัดมลพิษในทะเล ทั้งนี้ กองเรือยุทธการ ยังมีภารกิจหน้าที่ในการป้องกัน และปราบปราม ยาเสพติดไม่ให้ถูกลำเลียงผ่านเข้ามาในน่านน้ำทะเลไทยอีกด้วย

 

สุดภูมิใจ..กองทัพเรือ สร้างเรือรบตรวจการณ์ไกลฝั่ง “เรือหลวงกระบี” ตามแนวพระราชดำริ ในหลวง

poomjai

สุดภาคภูมิใจ กองทัพเรือ น้อมนำสนองแนวทางการพึ่งพาตนเอง ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จัดสร้างเรือรบตรวจการณ์ไกลฝั่ง พระราชทานนาม เรือหลวงกระบี่ที่ลำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยฝีมือคนไทย แสดงออกถึงขีดความสามารถของกองทัพเรือไทย ที่พร้อมจะปกป้องทรัพยากรทางทะเล และความมั่นคงของชาติ ให้คงอยู่

พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือหลวงกระบี่ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และผู้บังคับการหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ทุกระดับชั้น เข้าร่วมในพิธีรับมอบเรืออย่างสมเกียรติ

พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า การจัดสร้างเรือตรวจการไกลฝั่ง ตามโครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากำลังรบตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ เพื่อรองรับกับบทบาท และหน้าที่ของกองทัพเรือ ในด้านการปฏิบัติการทางทหารในการป้องกันประเทศ และการช่วยเหลือประชาชน ที่ต้องการขีดความสามารถในการลาดตระเวนตรวจการณ์ ป้องกันการแทรกซึมทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล และการรักษากฎหมายในทะเลตามอำนาจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายขอบเขตของโครงการ เป็นการจัดสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง จำนวน 1 ลำ ในวงเงิน 2,871 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 2555 โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงกระกอบพิธีวางกระดูกงู เมื่อวันที่ 23 ส.ค.53 และปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.54 ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ในการนี้ กองทัพเรือ อนุมัติให้กรมอู่ทหารเรือ เป็นหน่วยสร้างเรือ และกำหนดให้ใช้พื้นที่ของกรมอู่ราชนีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ เป็นสถานที่ต่อเรือโดย บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในการดูแลของกองทัพเรือ ทำหน้าที่ให้บริการทางเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ การเชื่อมต่อ การทดสอบ และทดลองอุปกรณ์ ตลอดจน การสร้างเรือในสาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดำเนินการตามแนวพระราชดำริ 1 ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และการพึ่งพาตนเอง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 อันแสดงออกถึงความจงรักภักดีในนามปวงชนชาวไทย อีกทั้ง กองทัพเรือ ได้รับพระราชทานชื่อ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำนี้ว่า เรือหลวงกระบี่ประจำการณ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ มี น.ท.สมศักดิ์ อินทรเสมา เป็นผู้บังคับการเรือ

สำหรับ คุณลักษณะของเรือหลวงกระบี่ มีความยาวตลอดลำ 90.50 เมตร กว้าง 13.50 เมตร ความสูงที่กราบเรือ 7.70 เมตร กินน้ำลึก 3.80 เมตร ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,969 ตัน ความเร็วสูงสุด 23 นอต รัศมีทำการที่ความเร็ว 15 นอต ได้ถึงระยะ 3,500 ไมล์ทะเล อาวุธประจำเรือที่สำคัญ คือ ปืนขนาด 76 มิลลิเมตร แบบอัตโนมัติ จากบริษัท OTO MELARA S.P.A. ประเทศอิตาลี จำนวน 1 กระบอก และปืนขนาด 30 มิลลิเมตร แท่นเดี่ยวจาก บริษัท MSI – DEFENCE SYSTEMS LIMITED ประเทศอังกฤษ จำนวน 2 กระบอก ระบบควบคุมการบังคับบัญชา และตรวจการณ์ จำนวน 1 ระบบ จาก บริษัท THALES NEDERLAND B.V. ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ กำลังพลประจำเรือ 89 นาย นอกจากนี้ ดาดฟ้าเรือสามารถจอดเฮลิคอปเตอร์ แบบซูเปอร์ลิงค์ ซึ่งมีประการในกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ได้อีก 1 ลำ ซึ่งเป็นการเพิ่มระยะตรวจการณ์ในทะเลให้ไกลขึ้นอีกระดับหนึ่ง อีกด้วย

 

พิธีลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

longname

สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครแหลมฉบัง จัดพิธีลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันจันทร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครแหลมฉบัง โดยได้รับเกียรติจาก นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

 
บทความ อื่นๆ ...
http://www.SharkerNews.com ข้นทุกประเด็น เน้นคุณภาพ ชาร์กเกอร์นิวส์
first
  
last
 
 
start
stop