Visitor Details
United States United States
Unknown Unknown
Unknown Bot Unknown Bot
Your IP: 38.107.179.233
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้220
mod_vvisit_counterเมื่อวาน469
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้220
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3396
mod_vvisit_counterเดือนนี้9107
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว16097
mod_vvisit_counterเข้าชมทั้งหมด275373
http://www.SharkerNews.com ข้นทุกประเด็น เน้นคุณภาพ ชาร์กเกอร์นิวส์

ข่าวอาชญากรรม

นักธุรกิจเมืองเบียร์ โล่แจ้งตร.ถูกโจร

1

ฉายเดี่ยวกระชากสร้อยคอหนัก 3 บาท

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 13 มี.ค. 55 นายโรแลน โรท่า อายุ 50 ปี นักธุรกิจประกอบรถทำความสะอาดสนามบิน สัญชาติเยอรมัน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ธีทัต ตรุณจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอหนัก 3 บาท ขณะเดินอยู่ริมถนนหน้าวัดป่ายุบ ซ.บ่อนไก่ ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหี บ จ.ชลบุรี

สอบปากคำ นายโรแลน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินออกมาจากบ้านพัก เพื่อจะไปซื้อของที่เซเว่นอีเลฟเว่นหน้าปากซอย ขณะที่ยืนรอรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างอยู่ริมถนนนั้น ได้มีชายวัยกลางคนอายุประมาณ 30 ปี ผมสั้น ผิวคล้ำ สวมเสื้อยืดสีแดง นุ่งกางเกงยีนส์ ขี่รถจักรยานยนต์สภาพเก่า สีแดง ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน มุ่งหน้ามาจากทางด้านหน้าปากซอย ก่อนจะเข้ามาขนาบข้างและเอื้อมมือมากระชากสร้อยคอหนัก 3 บาท มูลค่ากว่า 7 หมื่นบาท ที่สวมใส่จนขาดติดมือ จากนั้น คนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีหายลอยนวล เข้าไปภายในซอยข้างวัดป่ายุบ

ร.ต.อ.ธีทัต ตรุณจันทร์ พนักงานสอบสวน กล่าวว่า เบื้องต้น ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ ซึ่งคาดเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว ไม่ใช่โจรมืออาชีพอย่างแน่นอน จึงฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวัง เนื่องจากขณะนี้ทองคำมีราคาสูงถึงบาทละ 26,000 บาท ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพตระเวนก่อเหตุกันอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้มีความมิดชิดขณะสวมใส่ หรือหากไม่มีความจำเป็นก็เก็บไว้ที่บ้าน เพื่อไม่เป็นที่ล่อตาล่อใจให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ

 

หลานชายประธานกองปราบอาสาสัตหีบ

yinkkk

พร้อมเพื่อน ถูกคู่อริกระหน่ำยิงสาหัส

หลานชายประธานกองปราบอาสาอำเภอสัตหีบ พร้อมเพื่อน ชักชวนกันนั่งดื่มสุราภายในร้านอาหารย่านตลาดทองทิพย์บ้านเตาถ่าน ระหว่างทางขากลับ เจอคู่อริกลางทางชักปืนขนาด 11 มม. สางปัญหาถล่มยิงเกือบ 10 นัด กระสุนถูกตามร่างกายจนรถพลิกคว่ำ ก่อนตะเกียกตะกายหนีตายหลบซ่อนตัวในป่า ตำรวจรู้ตัวคนร้ายเตรียมลากคอ

เหตุการณ์รายนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 13 มี.ค.55 ร.ต.อ.เอกชัย มูลลี พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ภายในซอยบ่อ 2 ตลาดชุมชนบ้านเตาถ่าน หมู่ที่ 8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย สุนทวนิค ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.ประกอบ แสงพริ้ง รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.นิพนธ์ ป้อมสนาม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ดำรงค์ อ้วนสูงเนิน สวป. และชุดสืบสวน

ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ กำลังช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายจำนวน 2 ราย นำส่งรักษายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ทราบชื่อภายหลังคือ นายนฤดล หรือบิน คัชชาพงษ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/55 ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ถูกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ยิงเข้าที่บริเวณขาขวาทะลุขาซ้าย และนายชัยวัฒน์ สุขประดิษฐ์ อายุ 41 ปี ไม่ทราบบ้านเลขที่ ถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกัน เข้าที่บริเวณสะโพกขวา และขาขวา รวม 2 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า แอร์ เบรค สีขาว-ดำ ทะเบียน งกม - 99 ชลบุรี ซึ่งเป็นของผู้ได้รับบาดเจ็บ พลิกคว่ำอยู่บนไหล่ทาง สภาพมีรูกระสุนปืน จำนวน 3 นัด และพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 2 ปอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบปากคำ นายภพ คัชชาพงษ์ อายุ 46 ปี ประธานกองปราบอาสาสัตหีบ น้าชายของ นายนฤดล หรือบิน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คน ได้ชักชวนกันออกไปดื่มสุราในร้านแห่งหนึ่งย่านตลาดทองทิพย์บ้านเตาถ่าน ขากลับขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ได้มีกลุ่มวัยรุ่นติดตามออกมาจากภายในร้าน เมื่อสบโอกาสได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหมายเอาชีวิต เมื่อทั้งคู่รู้ตัวถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางเพื่อหนีเอาชีวิตรอด ก่อนจะโทรศัพท์ให้ตนมาช่วยเหลือ จึงรุดไปตรวจสอบ และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งรักษายังโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคู่อริที่เคยมีเรื่องตามมาล้างแค้น

ร.ต.อ.เอกชัย มูลลี่ พนักงานสอบสวน กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 5 นัด ก่อนได้ยินเสียงจักรยานยนต์พลิกคว่ำ จากนั้น กลุ่มคนร้ายซึ่งใช้รถจักรยานยนต์ มากันประมาณ 2 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์เร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าออกไปทางถนนสุขุมวิท จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้วคือ นายสมเกียรติ หรือเล้ง บุญประกอบ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 548/20 ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และนายราเชนทร์ หรือนิว โสดาดี อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/107 ม.1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เบื้องต้น ได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดพัทยา พร้อมส่งชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

เฒ่าวัย 67 เมาซ่าบุกเข้าค่ายมวยยามวิกาล

muay

ใช้หนังสติ๊กยิงใส่ ลูกเจ้าของค่ายสุดทนอัดจนน่วม

เฒ่าวัย 67 เมาซ่า ถือหนังสติ๊กบุกเข้าค่ายมวยชื่อดังยามวิกาล ก่อนดีดลูกหินใส่หน้าภรรยาเจ้าของค่ายจนได้รับบาดเจ็บ ลูกชายวัย 16 นักมวยรุ่นเยาวชน ฉายา เมืองชลเพชรเตาถ่าน พี่ชายจีจ้าน้อย ครูมวยกระฉ่อนโลก ถึงกับสุดทน เปิดฉากด้วยแม่ไม้มวยไทยเข้าที่ใบหน้าจนปูดบวม เลือดสาด ตำรวจเรียกสอบก่อนดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 13 มี.ค. 55 ร.ต.ท.สายใจ คำจุลลา พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยแม่ไม้มวยไทย จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าค่ายมวยเพชรเตาถ่าน เลขที่ 27/30 ซ.วันดี ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายมั่ง โฉมโฉม อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/28 ซ.วันดี ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นอนได้รับบาดเจ็บอยู่บนพื้น อยู่ในอาการมึนเมา สภาพใบหน้าบูดบวม มีบาดแผลแตก เลือดท่วมใบหน้า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิสว่างโรจนธรรมถานสัตหีบ ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งรักษายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายบรรพต มีสำเภาเงิน อายุ 16 ปี ลูกชายค่ายมวย พี่ชายของจีจ้าน้อย ครูมวยกระฉ่อนโลก และเป็นนักชกรุ่นเยาวชน ฉายาเมืองชลเพชรเตาถ่าน ได้ถูกเชิญตัวไปสอบปากคำยัง สภ.สัตหีบ

สอบสวน นายบรรพต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่มารดาได้นั่งอยู่บริเวณโต๊ะม้าหินภายในค่ายมวย นายมั่ง ซึ่งพักอยู่บ้านติดกัน ได้ดื่มสุราจนมึนเมา เดินเข้ามาในค่ายมวยส่งเสียงดังโวยวายสร้างความรำคาญ ก่อนนำหนังสติ๊กที่หยิบติดมือมายิงเข้าไปในค่ายมวย จนถูกบริเวณหน้าอกของผู้เป็นมารดาจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงวิ่งเข้าไปช่วย โดยใช้แม่ไม้มวยไทยชกต่อยเข้าที่ใบหน้า ก่อนไล่ให้ออกไปจากบ้าน กระทั่ง มีเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ

ด้าน ร.ต.ท.สายใจ คำจุลลา พนักงานสอบสวน กล่าวว่า จากการสอบปากคำทั้งด้านผู้ก่อเหตุ และผู้เสียหาย เบื้องต้น ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่างจะเอาผิดต่อกัน จึงตั้งข้อหา กับนายบรรพต ในข้อหา ทำร้ายร่างกาย ส่วนทางด้าน นายมั่ง ได้ตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกาย และบุกเข้าที่พักอาศัยผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตในยามวิการ ก่อนให้ทั้ง 2 ฝ่าย ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

 

เฒ่าดวงถึงฆาต นอนดิ้นตกเตียงสูง 1 เมตร ดับคาที่

tao

เฒ่าวัย 56 ปี ดวงถึงฆาตนอนดิ้นตกเตียงแคร่ไม้สูง 1 เมตร หน้าคะมำฟาดพื้นปูนเลือดสาดดับคาที่ ญาติเชื่อผู้ตายเป็นคนนอนดิ้นแต่เล็ก ไม่ติดใจเอาความ ตำรวจมอบศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มี.ค. 55 ร.ต.อ.ศิริศักดิ์ อรัญศรี พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนนอนตกเตียงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 122/1 ม.8 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมกับ แพทย์ประจำตำบล และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ภายในตัวบ้านบนเตียงแคร่ไม้มีความสูง 1 เมตร พบร่าง นายวิโรจน์ โหมดอิ่ม อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตสภาพมีบาดแผลแตกบนหน้าผาก หางคิ้วขวา และมีเลือดไหลนองใบหน้า นอกจากนี้ ภายในที่เกิดเหตุบนพื้นปูนข้างเตียงยังพบกองเลือด ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายนอนคว่ำหน้าอยู่ ก่อนจะมีญาติมาพบและพยุงขึ้นไปนอนบนเตียง เพื่อปั้มหัวใจยื้อชีวิต ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือถูกฆาตกรรมแต่อย่างใด

สอบปากคำ นายเฉลิม เจริญช้าง อายุ 66 ปี พี่ชายผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุญาติพี่น้องทุกคนได้เดินทางไปช่วยงานบุญของเพื่อนบ้าน โดยทิ้งให้ผู้ตายนอนเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว หลังเสร็จงานได้เดินทางกลับมาบ้าน ก็พบว่าผู้ตายได้นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นข้างเตียงนอน ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่า ระหว่างที่ผู้ตายนอนหลับได้เกิดนอนดิ้นจนตกเตียงหัวฟาดพื้นจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้น ญาติไม่ติดใจกับการเสียชีวิต เพราะผู้ตายเป็นคนนอนดิ้นแต่เล็ก จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

 

พ่อกลัวลูกน้อยหน้าเพื่อน ดาวน์เก๋งให้ขับไปโรงเรียน

father

รายได้ไม่พอผ่อนค่างวด ต้องผันชีวิตค้ายา

รักลูกผิดทาง...พ่อยึดอาชีพขับสอบแถว กลัวลูกน้อยหน้าเพื่อน ดาวน์เก๋งป้ายแดงให้ลูกชายขับไปโรงเรียน สุดท้ายรายได้ไม่พอผ่อนค่างวดรถ ผันชีวิตเป็นพ่อค้ายาบ้า วิ่งรถส่งทั้งคนส่งทั้งยาบ้า ศตส.ส่งสายลับล่อซื้อรวบเข้าซังเต

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 มี.ค. 55 นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด นำโดย นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอสัตหีบ ทำการวางแผนล่อซื้อบ้าจับกุมตัว นายประวิทย์ หรือรุก ขุนพิทักษ์ อายุ 42 ปี อาชีพ ขับรถสองแถวสายสัตหีบ นาเกลือ พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด และธนบัตรล่อซื้อ 500 บาท ได้บริเวณหน้าบ้านเช่าเลขที่ อยู่บ้านเลขที่ 85 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ผลการจับกุมสืบเนื่องจาก ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหา ซึ่งมีอาชีพขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารบังหน้า และอาศัยขณะขับรถวิ่งส่งผู้โดยสาร ลักลอบส่งยาบ้าให้กับลูกค้าตามลายทาง จึงได้สืบทราบจนสามารถจับกุมกลุ่มลูกค้า ก่อนขยายผลเข้าทำการล่อซื้อจนจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้บริเวณหน้าบ้านพัก เบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบค้ายาบ้ามานานกว่า 3 เดือน โดยรับมาจากเอเย่นต์ในเขตพื้นที่เมืองพัทยาในราคาเม็ดละ 200 บาท จำหน่าย 250 บาท กำไรที่ได้จะนำไปผ่อนรถยนต์เก๋งให้ลูกชายที่กำลังศึกษาอยู่ เนื่องจากรักลูกชายมาก เกรงว่าลูกชายจะอับอายเพื่อนน้อยหน้าเพื่อน จึงถอยรถยนต์เก๋งให้ลูกได้ขับไปโรงเรียน สุดท้าย ผ่อนค่างวดรถไม่ไหว จึงผันชีวิตมาเป็นเอเย่นต์ยาบ้า เพื่อนำเงินกำไรไปผ่อนรถให้กับลูกชายขับไปโรงเรียน

 
บทความ อื่นๆ ...
first
  
last
 
 
start
stop